อาการหนัก มาดริด ในค่ำคืนที่เบร์นาเบวเต็มไปด้วยแรงคาดหวัง ทุกอย่างมันเริ่มต้นด้วยจังหวะเข้าทำที่น่าจะเปลี่ยนเกมให้เป็นของพวกเขา แต่มันกลับไม่ได้เดินไปในทิศทางนั้นเลย การยิงตรงกรอบเพียงหนึ่งครั้งในเกมเหย้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มันไม่ได้สะท้อนเพียงความฝืดเท่านั้น แต่มันเหมือนสัญญาณเตือนลึกๆ ว่าเกมรุกของทีมยังขาดแรงส่งบางส่วนที่ควรมี แม้ตัวเลขการครองบอลจะอยู่ฝั่งพวกเขามากกว่า ทั้งจังหวะบุก จังหวะเข้าทำ ทั้งเสียงเชียร์ที่กระหน่ำไม่ขาดช่วง แต่สุดท้ายมันเหมือนการเดินแบบย่ำกับที่ ไม่มีความคมพอที่จะปิดงานในจังหวะสำคัญ
ตัวเลขบอกว่ามาดริดมีโอกาสยิง 16 ครั้ง ถ้ามองจากข้างสนามจะเห็นว่าหลายจังหวะแฟนบอลพร้อมลุกขึ้นเฮ มันมีจังหวะที่เหมือนจะมาถูกเวลา แต่กลายเป็นภาพที่หลุดกรอบไปนิดเดียวหรือโดนบล็อกในจังหวะสุดท้าย ความคมที่ควรจะมีในเกมระดับนี้กลับหายไปเหมือนถูกดูดออกจากระบบ พอเทียบกับแมนซิตี้ที่ยิงตรงกรอบถึง 8 ครั้ง คุณจะรู้เลยว่าการแพ้ในบ้านครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องรายละเอียดเล็กน้อย แต่คือการขาดประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้ายอย่างแท้จริง
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ดูหนักเข้าไปอีก คือมันเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปีที่มาดริดเล่นเกมยุโรปในบ้านแล้วยิงตรงกรอบได้น้อยขนาดนี้ นับตั้งแต่การเก็บสถิติของอ็อปต้าในปี 2003 นั่นแหละชัดเจนสุดว่าผลงานวันนี้มันไม่ใช่จังหวะฟลุคแต่มันสะท้อนความจริงบางอย่างที่ทีมต้องเร่งแก้ก่อนจะสายเกินไป
และแน่นอนว่าคีย์เวิร์ด ufa007 ก็ถูกพูดถึงในหมู่แฟนบอลที่พยายามวิเคราะห์เกมแบบละเอียดในโซเชียลหลังจบเกม ซึ่งมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาที่ทำให้ภาพรวมของเกมนี้ดูเข้มข้นขึ้นไปอีก
อาการหนัก มาดริด ในมุมมองจากข้างสนาม ที่สัมผัสได้ถึงแรงกดดันแบบไม่ต้องแปล
จากมุมของนักข่าวที่อยู่ในสนามอย่างใกล้ชิด คุณจะรู้ทันทีตั้งแต่นาทีแรกว่ามาดริดลงสนามด้วยจังหวะที่มั่นใจ แต่ภายในไม่เกินสิบนาทีหลังจากได้ประตูนำ ทุกอย่างมันเหมือนถูกพลิกกลับทันที เสียงแฟนบอลเริ่มเงียบลงแบบจับได้ชัด และบรรยากาศที่เคยคึกคักก็กลายเป็นความกังวลแทน
แมนซิตี้เล่นฉลาดมาก จังหวะเพรสซิ่งของพวกเขาแม่นยำเหมือนถูกออกแบบอย่างละเอียด มันไม่ใช่เพียงการกระโจนเข้าไปไล่ แต่คือการปิดพื้นที่ ทำให้ตัวทำเกมของมาดริดไม่สามารถยืนในตำแหน่งที่ถนัดได้เลย หลายคนอาจจะเห็นจากทีวีแค่ว่ามาดริดครองบอลได้มากกว่า แต่ถ้าคุณอยู่ที่สนาม คุณจะรู้เลยว่าพวกเขาครองบอลแบบไม่มีอันตราย ครองเพื่อพัก ครองเพื่อหาช่อง แต่ไม่สามารถเจาะกำแพงสุดท้ายได้แม้แต่น้อย
พอถูกซิตี้กดกลับมาในช่วงท้ายครึ่งแรก เกมมันเปลี่ยนเป็นหนังคนละม้วน มาดริดพยายามเร่งสปีด ทว่าเกมรุกไม่เชื่อมกันอย่างที่ควร ความมั่นใจหายไปหลายจังหวะ การยืนตำแหน่งของปีกและฟูลแบ็กเหมือนยังไม่กล้าเสี่ยงที่จะเติมสูง และนั่นทำให้ซิตี้ต้านความกดดันได้สบายกว่าที่ควรจะเป็น
จุดที่ทีมต้องแก้ ก่อนเกมจะยากขึ้นกว่านี้
หากมองแบบผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามมาดริดมานาน จุดที่เห็นชัดที่สุดในเกมนี้คือปัญหาของการจัดโครงสร้างเกมรุกในพื้นที่สุดท้าย การเซ็ตบอลทำได้ดี แต่ความอันตรายในการเข้าพื้อนที่อันตรายหายไป แถมยังขาดความหลากหลายในการขึ้นเกมฝั่งข้าง จังหวะสลับบอลยังช้าเกินไปเมื่อเทียบกับแนวรับของซิตี้ที่ขยับตัวอย่างแม่นยำ
คีย์เวิร์ด Expected goals บอกชัดว่าแม้จะมีโอกาสยิง 16 ครั้ง แต่มูลค่าความคาดหวังประตูจริงของมาดริดมีแค่ 1.44 เท่านั้น ซึ่งนั่นแปลว่าเกือบทุกครั้งที่พวกเขายิง มันไม่ใช่โอกาสที่น่าได้ประตูมากนัก ในขณะที่ซิตี้มีค่าสูงถึง 2.54 นั่นคือภาพรวมของความแตกต่างด้านประสิทธิภาพล้วนๆ ไม่ใช่เรื่องดวง
เกมนี้ยังสะท้อนให้เห็นอีกว่าแดนกลางของมาดริดยังปรับตัวไม่เร็วพอเวลาถูกกดกลับในระยะสั้น การเสียบอลในช่วง 10 นาทีทองของซิตี้คือจุดที่ทำให้เกมเปลี่ยน และนั่นคือสิ่งที่ทีมระดับนี้ไม่ควรปล่อยให้เกิดเลยด้วยซ้ำ
อาการหนัก มาดริด กับบทสัมภาษณ์หลังเกมที่สะท้อนตัวตนของอลอนโซ่
อาการหนักมาดริด ก็จริง แต่ถ้าจะมองจากมุมของโค้ช ชาบี อลอนโซ่ เขายังคงนิ่งเหมือนเดิม เขาบอกชัดเจนว่าเขาไม่คิดโทษลูกทีมแม้แต่น้อย สิ่งที่น่าสนใจคือเขามองว่าครึ่งหลังทีมทำได้ดีขึ้นมากและควบคุมเกมได้จนจบ เพียงแค่ขาดทักษะบางจัวหวะเท่านั้น ซึ่งเป็นการยอมรับแบบเปิดหน้าอย่างตรงไปตรงมาที่ทำให้เห็นว่าทีมงานรู้ดีว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
คำตอบของเขาที่บอกว่าไม่ได้สนใจอนาคตของตัวเองในนาทีนี้ มันไม่ใช่คำพูดเล่นๆ แต่มันคือสัญญาณว่าเขารู้ว่าความกดดันมันอยู่รอบตัว แต่การดึงความสนใจกลับไปที่เกมถัดไปกับ อลาเบส คือวิธีที่เขาใช้ให้ทีมโฟกัสเฉพาะสิ่งที่ควบคุมได้
ถ้าคุณยืนอยู่ใกล้โซนม้านั่งสำรอง คุณจะเห็นได้เลยว่าอลอนโซ่ใช้พลังไปมากในเกมนี้ ทั้งการสั่งการ การปรับตำแหน่ง และการปลุกเร้านักเตะในช่วงที่เกมดูตื้อเกินไป ถึงจะพ่ายก็จริง แต่บุคลิกของเขายังชัดเจนว่าเป็นโค้ชที่พยายามวางระบบระยะยาว ไม่ใช่แก้กันวันต่อวัน
สรุปภาพรวมเกมนี้ และความหมายต่ออนาคตมาดริด
เกมนี้อาจจบลงด้วย ความพ่ายแพ้ของ เรอัล มาดริด แต่มันไม่ใช่สัญญาณว่าทุกอย่างพังหมด มันคือเกมที่ชี้ให้เห็นปัญหาแบบชัดเจน เหมือนเปิดไฟส่องไปยังสิ่งที่ทีมต้องแก้ ก่อนจะเจอเกมใหญ่ในรอบต่อๆ ไป ทั้งเกมรุกที่ต้องคมกว่านี้ เกมรับที่ต้องนิ่งกว่าเดิม และการปรับจังหวะแดนกลางให้เร็วกว่านี้
แม้แฟนบอลจะไม่พอใจกับตัวเลขหนึ่งเดียวของการยิงตรงกรอบ แต่ความจริงก็คือทีมยังมีโครงสร้างที่ดี เพียงแต่มันต้องบ่มให้เข้าที่มากขึ้น และต้องเสริมจังหวะฆ่าเกมให้แหลมคมกว่าเดิม
เบร์นาเบวยังเป็นสนามที่สร้างปาฏิหาริย์ได้เสมอ เพียงแต่คืนนี้มันไม่ใช่วันนั้น ความแพ้นี้อาจกลายเป็นเชื้อไฟที่ทำให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม ถ้าพวกเขารับบทเรียนได้ทั้งหมดจากเกมนี้