จับติ้ว เอฟเอ คัพ รอบ 3 มันคือช่วงเวลาที่แฟนบอลอังกฤษตั้งตารอจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของทีมใหญ่จากพรีเมียร์ลีกเท่านั้น แต่เพราะมันคือรอบที่ประวัติศาสตร์มักเกิดขึ้นบ่อยสุด ทั้งทีมเล็กทำเซอร์ไพรส์ ทีมใหญ่สะดุด และโมเมนต์สุดคลาสสิกที่มักวนกลับมาเล่าใหม่ทุกปี รอบนี้ก็เช่นกัน งานจับสลากหนล่าสุดที่จัดขึ้นในคืนวันที่ 8 ธันวาคม เต็มไปด้วยโมเมนต์ที่ทำให้สื่อทุกสำนักต้องขยับปากกาแทบไม่ทัน และในฐานะคนที่ติดตามเอฟเอ คัพ แบบลึกสุดใจ บอกได้เลยว่าฤดูกาล 2025/26 น่าจะสนุกเข้มข้นตั้งแต่รอบสามแบบไม่ต้องรอให้ถึงรอบลึกๆ
งานจับสลากครั้งนี้มีสีสันเพราะทั้งบรรดาทีมใหญ่ได้รับคู่แข่งจากลีกล่างแทบทั้งหมด ยกเว้นไม่กี่คู่ที่ถูกมองว่าเป็นบิ๊กแมตช์ประจำรอบ อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะ ไบรท์ตัน ที่หลายคนมองว่ามันชวนให้หายใจไม่ทั่วท้องตั้งแต่ยังไม่เตะ ผมอยู่ในบรรยากาศตอนจับสลาก บอกเลยว่าทั้งห้องถึงกับฮือกันทันทีที่ชื่อสองทีมนี้ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
ก่อนเข้าไปไล่ทีละคู่ ผมขอเล่าในมุมมองแบบเพื่อนคุยกัน พร้อมเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้เห็นมิติเบื้องหลังของแต่ละคู่แบบที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน โดยยึดข้อมูลจริงตามสถานการณ์ปัจจุบันแบบ Fact-driven ล้วนๆ
จับติ้ว เอฟเอ คัพ รอบ 3 บรรยากาศในห้องจับสลาก และคู่ที่เด่นที่สุด
คืนนั้นบรรยากาศคึกคักจนคนที่ไม่เคยเห็นอาจคิดว่าเป็นรอบรองชนะเลิศด้วยซ้ำ ทุกกล้องจับจ้องไปที่โถบอลอย่างใจจดใจจ่อ และทันทีที่ชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามด้วย ไบรท์ตัน โผล่ขึ้น จังหวะนั้นรู้สึกได้เลยว่าทุกคนในห้องจับสลากสูดหายใจเข้าพร้อมกัน บางคนถึงกับหลุดอุทาน นี่แหละเสน่ห์ของเอฟเอ คัพ
แมนยู ฟัด ไบรท์ตัน เป็นหนึ่งในคู่ที่ถูกพูดถึงเยอะที่สุด เพราะไบรท์ตันยุคนี้ไม่ใช่ทีมกลางตารางธรรมดา แต่เป็นทีมที่เล่นฟุตบอลเร็ว ดุดัน และเน้นเกมรุกที่ต่อบอลฉับไว การเจอกับแมนยูที่กำลังพยายามยกระดับตัวเองให้กลับมาแข็งแกร่งในถ้วยนี้ มันเลยกลายเป็นเกมที่มีกลิ่นอายความสูสีแบบล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่เขี่ยบอล
ส่วนทีมใหญ่ทีมอื่นอย่าง ลิเวอร์พูล อาร์เซน่อล เชลซี และแมนฯ ซิตี้ ต่างได้คู่แข่งจากลีกล่างแบบที่พูดได้เต็มปากว่าถ้าไม่หมุนทีมก็คงแปลกไปหน่อย แต่ใช่ว่าจะชนะง่ายเสมอไป เพราะประวัติศาสตร์ของเอฟเอ คัพ เคยสอนมาแล้วหลายครั้งว่าทีมเล็กในถ้วยนี้เล่นเหมือนคนที่ไม่มีอะไรจะเสีย นั่นทำให้แต่ละทีมต้องโฟกัสมากกว่าที่แฟนบอลคิด
ด้านแชมป์เก่า คริสตัล พาเลซ ก็ได้เปิดหัวป้องกันแชมป์ด้วยการพบกับทีมจากนอกลีกอย่าง แม็คเคิลส์ฟิลด์ ซึ่งเป็นคู่ที่น่าจะเรียกความมั่นใจได้ดี แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าการไปเยือนสนามเล็กๆ ในอังกฤษนั้นโหดไม่แพ้ไปเยือนทีมในแชมเปี้ยนชิพเลย
สรุปภาพรวมคู่เด็ด เอฟเอ คัพ รอบสาม ที่น่าจับตามอง
เพื่อให้เห็นภาพแบบลึกและชัด ผมขอหยิบคู่ที่น่าสนใจที่สุดมาวิเคราะห์ในมุมแฟนบอลตัวจริง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน
นี่คือคู่ที่หลายคนเฝ้ามองมากที่สุดแบบไม่ต้องสงสัย ไบรท์ตันเป็นทีมที่มีสไตล์ต่อบอลเร็ว บีบพื้นที่หนัก และเล่นเพรสซิ่งเป็นระบบ ส่วนแมนยูมีทั้งจุดเด่นและจุดอ่อนที่ทำให้เกมนี้ออกได้หลายหน้า ความกดดันจะอยู่ที่ฝั่งแมนยูมากกว่า เพราะแฟนบอลอยากให้ทีมลุ้นถ้วยนี้อย่างจริงจัง
ลิเวอร์พูล พบ บาร์นสลีย์
ลิเวอร์พูลได้เล่นในบ้าน และเป็นการเจอกับทีมที่สเกลเล็กกว่า แต่ถ้าหงส์แดงหมุนทีมมากเกินไปก็อาจมีลุ้นเหนื่อยเหมือนเคสในอดีต บาร์นสลีย์เป็นทีมที่ไม่กลัวการเข้าสกัดและเล่นเร็วแบบข้างหน้าใส่ทันที
อาร์เซน่อล บุกเยือน พอร์ทสมัธ
พอร์ทสมัธในบ้านไม่ใช่งานง่ายเลย บรรยากาศในสนามแคบ เสียงดัง และกดดันคู่แข่งสุดๆ แต่ด้วยศักยภาพแบบปัจจุบัน ปืนใหญ่ควรผ่านได้ถ้าไม่ประมาท
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พบ แอสตัน วิลล่า
นี่คือบิ๊กแมตช์รองจากแมนยู-ไบรท์ตัน วิลล่าเป็นทีมที่เล่นระบบชัดเจนและนิ่ง ส่วนสเปอร์สจะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาพร้อมจริงไหมในถ้วยนี้ เพราะถ้าโดนเขี่ยตั้งแต่รอบสาม เสียงวิจารณ์คงถาโถมแน่นอน
คริสตัล พาเลซ พบ แม็คเคิลส์ฟิลด์
แม้ชื่อชั้นต่างกันมาก แต่เกมนี้น่าสนใจเพราะมันคือการเริ่มต้นเส้นทางป้องกันแชมป์ พาเลซยุคนี้เล่นดุดันและมีความมั่นใจสูง แต่สนามเล็กๆ กับทีมที่เล่นสไตล์บุกแบบไม่มีอะไรจะเสียอาจทำให้เกมยุ่งได้เหมือนกัน
จับติ้ว เอฟเอ คัพ รอบ 3 วิเคราะห์ความหมายของรอบนี้ในเชิงลึก
ต้องบอกก่อนว่ารอบสามคือรอบที่หลายทีมมักใช้เป็นตัวชี้วัดว่าในฤดูกาลนั้นพวกเขาจะเอาจริงกับถ้วยนี้แค่ไหน ถ้าส่งชุดใหญ่ลง ก็แปลว่าพวกเขาตั้งใจเดินหน้า หากหมุนทีมเยอะจนเกินไปก็เสี่ยงที่จะสะดุด และในปีนี้ด้วยจำนวนทีมใหญ่ที่เจอคู่แข่งจากลีกล่างอย่างพร้อมเพรียง ทำให้หลายคนน่าจะได้เห็นการให้โอกาสดาวรุ่งหรือผู้เล่นสำรองจำนวนไม่น้อย
แต่เกมที่ถูกจับตามองมากสุด หนีไม่พ้น แมนยู ฟัด ไบรท์ตัน ซึ่งผมต้องบอกว่ามันมีความหมายมากว่าแค่ชื่อของสองทีม เพราะแมนยูต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาพร้อมจะกลับมาคว้าถ้วยในประเทศหลังจากห่างหายมาพักใหญ่ ขณะที่ไบรท์ตันกำลังอยู่ในช่วงที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง การล้มแมนยูในถ้วยนี้จะยิ่งเพิ่มเครดิตให้โครงการระยะยาวของทีมมากขึ้นแบบชัดเจน
อีกเรื่องที่หลายคนไม่ค่อยพูดถึงคือผลทางด้านแท็กติก เอฟเอ คัพ เป็นพื้นที่ที่ทำให้โค้ชกล้าลองสิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะระบบการเล่นที่ไม่ได้ใช้ในพรีเมียร์ลีก บางทีมอาจวางแผนเพื่อทดลองรูปแบบเกมบุกหรือแม้แต่วิธีเพรสซิ่งใหม่ๆ เพื่อใช้ในโปรแกรมลีกที่ดุเดือดในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
ถ้าพูดแบบตรงไปตรงมา รอบสามปีนี้น่าจะเดือดตั้งแต่คู่แรกสิ้นเสียงนกหวีด เพราะทีมเล็กบางทีมรู้ดีว่าการสร้างชื่อในเอฟเอ คัพ คือโอกาสใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ซึ่งนั่นทำให้หลายแมตช์อาจจบแบบหักปากกาเซียนเหมือนในอดีตหลายครั้ง
ใครที่ชอบวิเคราะห์เกมหรือเล่นสนุกแบบดูสถิติควบคู่ น่าจะเจอข้อมูลที่ช่วยให้สนุกขึ้นกว่าเดิม รวมถึงหลายเว็บใหญ่ที่มีเครื่องมือวิเคราะห์แบบละเอียด เช่น ufabet ที่หลายคนคุ้นหู ก็สามารถเอามาใช้เทียบฟอร์มและความน่าจะเป็นของแต่ละคู่ได้เหมือนกัน
โปรแกรมการแข่งขัน เอฟเอ คัพ รอบลึกแบบคร่าวๆ
เพื่อวางแผนเชียร์กันได้ยาวๆ ผมขอไล่กำหนดการณ์สำคัญของฤดูกาลนี้
- รอบสาม วันเสาร์ 10 มกราคม 2026
- รอบสี่ วันเสาร์ 14 กุมภาพันธ์ 2026
- รอบห้า วันเสาร์ 7 มีนาคม 2026
- รอบก่อนรองชนะเลิศ วันเสาร์ 4 เมษายน 2026
- รอบรองชนะเลิศ วันเสาร์ 25 เมษายน 2026
- รอบชิงชนะเลิศ วันเสาร์ 16 พฤษภาคม 2026
ใครที่รักฟุตบอลอังกฤษแบบลึกซึ้ง บอกเลยว่าฤดูกาลนี้มีลุ้นทุกคู่ และรอบสามนี่แหละที่จะเป็นตัวบอกว่าทีมไหนพร้อมทะลุไปถึงเวมบลีย์ในเดือนพฤษภาคม