บาร์ซ่าลุ้นหนีชุดขาว 4 แต้ม กลายเป็นประเด็นร้อนทันทีที่โปรแกรมนัดนี้ถูกประกาศ เพราะมันไม่ใช่แค่เกมเยือนธรรมดา แต่เป็นเกมที่บอกอุณหภูมิความมั่นใจของทีมได้ชัดเจนที่สุดช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี บาร์เซโลน่าของฟลิคเดินทางมาแบบไม่เต็มร้อยนัก เนื่องจากยังมีตัวเจ็บหลายราย แต่จังหวะเกมและทิศทางโดยรวมกำลังพุ่งขึ้นหลังชนะแอตเลติโก มาดริดได้อย่างหนักแน่น 3-1 ในสัปดาห์ก่อน สิ่งที่น่าสนใจคือพวกเขาต้องมาเจอคู่ต่อสู้ที่ความมั่นใจพุ่งแรงระดับเต็มถังอย่างเรอัล เบติส ทีมที่เพิ่งถลุงคู่แข่งในบอลถ้วยแบบไม่เกรงใจใคร
เกมนี้คือหนึ่งในนัดที่แฟนบอล ufabet ให้ความสนใจมากที่สุด เพราะแม้ช่วงแรกจะดูเหมือนบาร์ซ่ามีภาษีดีกว่า แต่ในเชิงแท็กติก เบติสของเปเยกรีนีคือทีมที่สร้างปัญหาได้ทุกทาง โดยเฉพาะเมื่อเล่นในบ้านที่บรรยากาศอัดแน่นจนทีมเยือนหายใจไม่ทั่วท้อง
บาร์ซ่าลุ้นหนีชุดขาว 4 แต้ม เจาะลึกแท็กติกจากข้างสนามแบบเดียวกับนักข่าวในเกมจริง
เมื่อก้าวลงสนามซ้อมก่อนเกมจะเริ่ม สิ่งแรกที่สัมผัสได้จากบาร์ซ่าคือความนิ่งแฝงความกดดัน ฟลิคยืนมองรูปแบบการขึ้นเกมของทีมอย่างใจเย็น แต่สายตาของผู้จัดการทีมชัดเจนว่าเขาต้องการให้ทีมไล่บีบจากแดนกลางเร็วกว่าเดิม การมีเฟรงกี้ เดอ ยองกลับมาช่วยกลางสนามสำคัญมากแบบไม่ต้องวิเคราะห์ซ้ำ เพราะเขาคือหัวใจที่เชื่อมจังหวะจากหลังไปหน้า และช่วยให้เปดรียืนเล่นในพื้นที่ที่ถนัดมากขึ้น
ด้านแนวรุก ราฟินญ่า ยามาล และแรชฟอร์ด นี่คือสามตัวที่สร้างความเร็วได้แบบไฟแลบ และยังคิดเร็วทำเร็วเหมือนกันหมด จุดที่หลายคนอาจมองข้ามคือการส่งเฟร์ราน ตอร์เรสลงเป็นหน้าเป้า ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ให้ความคล่องตัวกว่าเลวานดอฟสกี้ ทำให้การสลับตำแหน่งและลากแนวรับคู่แข่งหลุดตำแหน่งดูหลากหลายขึ้นมาก
ฝั่งเบติส เห็นได้ชัดว่าเปเยกรีนีเตรียมทีมมาเพื่อบีบเกมด้านข้าง เน้นใช้ปีกอย่างอันโตนีและเอซ อับเดโจมตีเต็มแรง โดยเฉพาะฝั่งที่บัลเด้รับผิดชอบ หากบาร์ซ่าออกบอลช้าเพียงเสี้ยววินาที ก็โดนกัดกินพื้นที่ทันที แถมแดนกลางที่มีมาร์ก โรก้า และเซร์จี้ อัลติมิร่ายังคงเป็นคู่กลางชั้นดีที่รู้จังหวะเกมของเวทีลาลีกาอย่างลึกซึ้ง
ประเด็นสำคัญแบบที่แฟนทั่วไปอาจมองไม่เห็น
สิ่งที่เปลี่ยนสมดุลเกมแบบไม่ต้องยิงสักประตู คือจังหวะเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกของทั้งสองทีม บาร์ซ่าภายใต้ฟลิคเน้นไล่บีบช่วง 5 วินาทีหลังเสียบอล ซึ่งช่วยลดโอกาสสวนกลับของเบติสได้ดีระดับหนึ่ง แต่ข้อเสียคือถ้าโดนเบติสแกะเพรสได้ครั้งเดียว พื้นที่ว่างหลังมิดฟิลด์จะเปิดโล่งทันที
อีกจุดที่ผมมองว่าสำคัญมาก คือประสบการณ์ของกูบาร์ซี่และเคราร์ด มาร์ติน สองเซ็นเตอร์ดาวรุ่งที่ต้องรับมือกับนักเตะที่มีสไตล์เล่นดุดันและใช้ความสามารถเฉพาะตัวสูงมากอย่างกูโช เอร์นานเดซ หากสองคนนี้คุมจังหวะและไม่พลาดง่าย เกมรับบาร์ซ่าจะยืนได้มั่นคง แต่ถ้าโดนหลอกเพียงหนึ่งครั้ง รูปเกมอาจเปลี่ยนไปแบบพลิกทันที
ส่วนเบติสเองก็ไม่ได้มั่นคงซะทีเดียว เพราะคู่เซ็นเตอร์อย่างนาตานและมาร์ก บาร์ตร้า อาจเป็นจุดที่ถูกเจาะถ้าโดนยามาลเล่นงานแบบตัวต่อตัว บาร์ซ่ามีโอกาสยิงได้หลายครั้งถ้าเกมริมเส้นเปิดทางได้แบบไม่ถูกประกบแน่น
บาร์ซ่าลุ้นหนีชุดขาว 4 แต้ม บรรยากาศสนามและความกดดันที่จะเป็นตัวชี้ชะตา
สิ่งที่ทำให้เกมนี้เดายากกว่าปกติคือบรรยากาศในสนามที่แน่นและเสียงเชียร์สั่นสะเทือนตั้งแต่นาทีแรก ผู้เล่นเบติสมักเล่นดีขึ้นสองระดับเมื่อมีแฟนบอลคอยกดดันทีมเยือนทุกครั้งที่ครองบอล ผมเคยเห็นเกมหนึ่งที่บาร์ซ่าเล่นดีกว่าแบบชัดเจน แต่สุดท้ายพลาดง่ายเพราะเสียงกดดันแบบเดียวกันนี่แหละ
เกมนัดนี้ มีโมเมนต์ที่อาจทำให้แฟนบอลพูดถึงหลังจบแน่นอน เช่น ความเร็วของยามาลที่อาจฉีกแนวรับเบติสจนต้องเปลี่ยนแท็กติกกลางเกม หรือจังหวะสวนกลับที่เปเยกรีนีวางไว้เพื่อเล่นในพื้นที่ว่างด้านหลังของกุนเด้ หากเกิดขึ้นจริง เกมอาจกลายเป็นเกมผลัดกันรุกผลัดกันรับแบบมวยระดับแชมป์โลก
ความได้เปรียบแม้จะเอนไปทางบาร์ซ่าเล็กน้อย แต่เบติสในบ้านคือทีมที่มักสร้างเซอร์ไพรส์ได้เสมอ เหมือนแมตช์คลาสสิกที่แฟนบอลยังจำกันอย่าง เรอัล เบติส 3-5 บาร์เซโลน่า ที่ไหลกันแบบสุดทาง
คาดการณ์รูปเกมและผลการแข่งขันที่น่าจะเกิดขึ้นจริง
จากทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้เล่น ความพร้อม ระบบเกม และความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย ผมมองว่าเกมนี้จะออกมาสูสีแบบแทบไม่มีใครยอมใคร บาร์ซ่าได้เปรียบเรื่องวิธีการเข้าทำที่หลากหลายกว่า แต่เบติสได้เปรียบเรื่องพื้นที่ ความกล้าเล่น และพลังแฟนบอล
เกมจะเปิดหน้าสู้กันแทบตลอด 90 นาที โอกาสจบแบบผลสูงมีมากกว่าผลต่ำ และถ้าไม่มีเหตุการณ์พลิกเกมแบบจุดโทษหรือใบแดง ทุกอย่างจะไปจบที่การแบ่งแต้มอย่างสมเหตุสมผล
สกอร์ที่คาด: เสมอ 2-2
บาร์ซ่ามีจังหวะขึ้นนำ แต่เบติสตีคืนจากจังหวะสวนกลับที่รอคอยมานาน